สีที่เสริมดวงชะตา
สีฟ้า สีน้ำทะเล สีน้ำเงิน สีใส สีเหลือง สีส้ม สีทอง
อาชีพที่เหมาะกับดวง
กิจการส่วนตัว นักบริหาร นักวิชาการ ครูอาจารย์ โค้ช ผู้พิพากษา ตุลาการ แพทย์ หนังสือวิชาการ มูลนิธิ ยารักษาโรค การบุญการกุศลทุกชนิด สังฆภัณฑ์ โหราจารย์ นักบวช ของฟุ่มเฟือย บันเทิง เอนเตอร์เทน ศิลปะ ความสวยความงาม การเงินการลงทุน ธนาคาร การเงิน เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ เครื่องประดับ อาหารการกิน บริการที่พัก นักดนตรี นักออกแบบ ช่างศิลป์ นักร้อง นักแสดง ช่างเสริมสวย
โรคภัยไข้เจ็บที่ควรระวัง
ผมร่วง กระดูก ไขข้อ หัวเข่า โรคซึมเศร้า โรคเรื้อรัง เส้นประสาท เส้นโลหิตตีบ อัมพฤกษ์ อัมพาต ม้าม กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น มือและเท้า ภูมิแพ้ แพ้อากาศ จมูก ไซนัส อุบัติเหตุ แผลอุบัติเหตุ ม้าม อวัยวะสืบพันธุ์ สมรรถภาพทางเพศ
รูปและสัญลักษณ์เสริมดวง
ศิลปะ ดารา นักร้อง นักแสดง ธนบัตร เหรียญ โรงเรียน มหาวิทยาลัย ศาสนา หัวใจ วงกลม กวาง หนู
อัญมณีเสริมดวง
อัญมณีใสไร้สี ฟ้าอ่อนๆ เช่น เพชร , เพทายใส , โทปาซใส , ควอทซ์ใส , ซัปไฟรใส , โกเชไนท์ , อความารีน อัญมณีสีเหลืองถึงเหลืองส้ม เช่น บุษราคัม , เฮลิโอดอร์(Yellow Beryl) , ซิทริน , อำพัน
ความหมายของเลขแต่ละตัว สำหรับดวงชะตานี้
- เลข 6
- ได้สังหาริมทรัพย์ มีวัตถุเยอะ ทอง นาฬิกา เสื้อผ้า ข้าวของต่างๆ ครอบครัวดี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีญาติดี มีเพื่อนแท้คบกันยาวนาน เฮง โชคดี วาสนาดี การเงินดี มีลาภลอย จังหวะดีมีลาภเสมอ
- เลข 5
- แก้ไขปัญหาเก่ง ทำอะไรไว มุ่งมั่นสูง เพื่อนดี สังคมดี สิ่งแวดล้อมดี เพื่อนช่วยเหลือกัน มีพรรคพวก การงานดี เป็นใหญ่ในการงาน งานได้ผลตอบแทนดี มีงานไม่ขาด ทำอะไรสำเร็จโดยง่าย ได้รับการช่วยเหลือ ได้รับการสนับสนุนจากทุกทาง มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม ได้รับการช่วยเหลือจากเพศตรงข้าม
- เลข 4
- เสริมดวงชะตา ดวงแข็ง มีความเข้มแข็ง เสริมการลงทุน การบริหารการเงิน หาเงินเก่ง การค้า การเจรจา เงินสด เจริญรุ่งเรือง ยศตำแหน่ง ชีวิตพัฒนาก้าวหน้า มีชื่อเสียงดัง มีสง่าราศรี
- เลข 3
- เฉื่อย เบื่อ เฉย ท้อ ไม่อยากทำอะไร ทำผิดพลาดบ่อยครั้ง ไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่พอใจในชีวิตตัวเอง มีปัญหาเวลาเดินทางไกล อุบัติเหตุ ดื้อรั้นไม่ฟังใครจนเสียหาย มีอุบัติเหตุ เมื่อเดินทางจะพบความลำบาก มีอุปสรรคในการเดินทาง
- เลข 7
- มีปัญหาเหนื่อยลำบากเพราะผู้ใหญ่เพศชาย ผู้ใหญ่ไม่เมตตา มีทุกข์ปัญหาเสียหายจากบุตรหลานคนในปกครอง เลี้ยงคนไม่ได้ดี มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ขี้โรค ตามใจตัวเอง มีอะไรที่ต้องแอบซ่อนปิดบังซ่อนเร้น เจอคนหลอกลวง เจอโกง เจอมิจฉาชีพ มีคนปองร้ายใช้วิชามาร
รู้ชะตา
เมื่อรู้พื้นดวงของตัวเอง เราก็รู้ว่ามีเรื่องใดที่ควรระวัง แก้ไขจุดอ่อนของตัวเอง
รวมถึงคนหรือสัตว์ที่อยู่ในความดูแล
เช่นญาติ น้อง หลาน สัตว์เลี้ยง ก็นับเป็นบริวารหมด
หากเลี้ยงแล้วไม่ดี ไม่กตัญญู
ไม่เชื่อไม่ฟัง ไม่เคารพ สร้างปัญหา โกง
ไม่ได้คนเก่งคนดีมาเป็นบริวาร
นั้นมีสาเหตุมาจาก 2 อย่าง คือกรรมปัจจุบันและกรรมเก่า
กรรมเก่า ชาติก่อนหรือชาตินี้
อันเป็นต้นเหตุให้มีบริวารไม่ดี
ที่ตรงไปตรงมา ก็คือเคยเป็นบริวารเนรคุณ
เคยทำเรื่องปวดหัวให้พ่อแม่ กับ ผู้ที่มีบุญคุณกับตนมาก่อน
กรรมปัจจุบันคือ ตั้งจิตเป็นเมตตาหรือร้ายเจ้าอารมณ์ บริวารก็จะรักหรือเกลียดตามนั้น
การปกครองนั้น เพื่อให้ได้ประสิทธิผลมากที่สุด
ต้องมี 3 อย่าง ถึงจะปกครองบริวารได้ดี
1.ความรัก บริวารต้องรัก (พระคุณ มีความรักและผูกพันอันเกิดจากความดี)
2.ความกลัว บริวารต้องเกรงใจ (พระเดช ให้โทษได้)
3.เงิน ผลประโยชน์ต้องสมควรเหมาะสม
เราต้องถามตัวเองว่า
บริวารรักเราไหม
บริวารกลัวเกรงใจไหม
ผลประโยชน์เราเหมาะสมไหม
ตรวจทาน 3 เรื่องนี้ ปรับปรุงเรื่องเหล่านี้ได้ เรื่องบริวารก็จะดีขึ้น
ส่วนคนที่ดวงบริวารดี
ตอนเป็นบริวาร ก็เป็นบริวารดี
ช่วยเหลือเจ้านายหรือบุพการีดี
หรือหากเคยทำบุญใหญ่คือ
เป็นผู้นำความสุขมาให้แก่มหาชน ช่วยคนจำนวนมากๆ
เช่นช่วยสร้างโรงพยาบาล ช่วยน้ำท่วม
บรรเทาภัย ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก
ผลของบุญใหญ่นั้น จะทำให้เป็นผู้มีบริวารมาก
และบริวารก็จะมีแต่ดีๆเป็นส่วนใหญ่
บริวารในปกครองว่าง่ายสอนง่าย สบายใจ ช่วยแก้ปัญหา
ช่วยธุรกิจการงานเป็นอย่างดี
ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย จะจากร้ายหรือจากดี
การต้องจากคนอันเป็นที่รักเร็วก่อนวัยอันควร เกิดจากกรรมอะไร
เรื่องใดที่ทุกข์เพราะความคิด นั่นเป็นกรรมใหม่ บาปใหม่ ไม่เกี่ยวกับกรรมเก่า
แต่เรื่องใดเกิดจากภายนอก ที่ควบคุมไม่ได้
บีบให้เป็นทุกข์เจียนตาย อันนั้นจะเป็นกรรมเก่า
เรื่องที่ทำให้มนุษย์จนมุม แม้แต่คนที่ฉลาดมากๆ
ทำให้ถึงทางตันทางอารมณ์ คร่ำครวญ
จะไม่มีเรื่องใดที่เกินไปกว่า
การพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก
การต้องอยู่ต่อไปอีกนาน โดยมีใครในความทรงจำที่คิดถึงและผูกพันเสมอ
เช่น สามี ภรรยา และบุตร พ่อแม่ที่จากไปตอนเด็ก
ในสมัยพุทธกาลเคยมีหญิงชื่อปฏาจารา
ต้องประสบทุกข์ที่เกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะทนได้
ลูกตาย ผัวตาย พ่อแม่ตาย ในเวลาไล่เลี่ยกัน
เหลือตัวคนเดียว
สติเลอะเลือนจนเดินเปลือยกายไปตามถนน
แต่ยังมีวาสนา ได้พบพระพุทธเจ้า
และทรงช่วยฟื้นสติให้
ช่วยให้นางเห็นทุกข์เห็นภัยในชีวิตอันแสนสั้น
จึงออกบวชกระทั่งสำเร็จเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง
หลักพื้นฐานของเรื่องกรรมและวิบากกรรม
คือ.. ทำให้ใครเสียใจประมาณใด
ความเสียใจประมาณนั้น
จะย้อนกลับมาสู่ตัว ไม่ชีวิตนี้ก็ชีวิตหน้า
เช่น หากเคยพรากลูกสัตว์จากอกแม่
เห็นอยู่ว่าพวกมันร่ำร้องโหยหาแม่
แต่แทนที่จะสงสาร กลับยิ้มสะใจ
กระหยิ่มในอำนาจของตน
ที่ทำให้เกิดภาพทรมานแทบขาดใจตรงหน้าได้
ด้วยเหตุเพียงเท่านั้น
ก็เพียงพอที่เมื่อถึงเวลากรรมเผล็ดผล
วิบากกรรมจะคัดเลือกบุคคล
ที่มีเกณฑ์ต้องตายเร็วก่อนวัยอันควร
หรือมีเกณฑ์ต้องพลัดพรากจากพ่อแม่
ให้มาเป็นลูกน้อยสุดที่รักแล้ว
หรือไปฆ่า ไปสั่งฆ่า คนหรือสัตว์
หรือสั่งหรือทำให้ใครต้องพลัดพรากจากกัน
ทำกรรมประเภทที่ไม่เห็นใจว่า
ใครจะต้องทรมานแทบตายดับ
จากการพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก
เมื่อกรรมส่งผล
ก็ย่อมต้องได้รับผลเป็นความทรมานแทบตาย
จากการพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รักเช่นกัน!
ถ้าถามคนทั่วไปว่า คิดว่าตัวเองจะตายยังไง
เกิน 80% จะตอบว่า ตัวเองมักจะตายในท่านอน
ไม่ที่บ้านก็ที่โรงพยาบาล ในตอนแก่ๆ
แต่เอาเข้าจริงๆ
คนได้ตายท่านอนอย่างสงบ มีไม่มาก
และที่สำคัญไม่ค่อยได้แก่ด้วย แป๊บๆไปแล้ว
กรรมใดทำให้อายุสั้น
หรือตายด้วยอุบัติเหตุ
สิ้นลมแบบไม่ทันตั้งตัว?
พระพุทธเจ้าตรัสกับเหล่าภิกษุว่า
ใครก็ตามที่ทำปาณาติบาตไว้มาก
ย่อมไปสู่นรกบ้าง
หรือไปสู่กำเนิดสัตว์เดรัจฉานบ้าง
หรือไปสู่เปรตวิสัยบ้าง
วิบากแห่งปาณาติบาตสถานเบาที่สุด
คือ ทำให้เป็นผู้มีอายุสั้น
เมื่อเขาได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์
(สัพพลหุสสูตร)
ชีวิตของคน ทั้งหมด ทั้งดีร้าย จะเป็นยังไง
คือเครื่องสะท้อนว่า
เคยทำอะไรไว้กับชีวิตอื่นประมาณไหน
อายุสั้นกว่าที่ควร
ก็เพราะทำให้อายุผู้อื่นสั้นกว่าที่ควร
ตายในอุบัติเหตุกะทันหัน ไม่ทันตั้งตัว
ก็เพราะเคยซุ่มฆ่าแบบไม่ให้เขาทันรู้ตัว
ตายอย่างมีสภาพศพไม่สวย
ก็เพราะเคยให้ความตายแบบสยดสยองกับใครไว้
อาการทางใจในการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ก็มีผลในทางลบกับชีวิตตามนั้น
เช่น ถ้าฆ่าด้วยความโหดเหี้ยมไม่ปรานีปราศรัย
ย่อมถูกทารุณให้ตาย ตายทรมาน
ถ้าทำให้เขาเจ็บปวดยืดเยื้อ แต่เลี้ยงไว้ไม่ให้ตายเร็ว
ใช้ยาพิษ หรือฆ่าสัตว์เล็กแต่ฆ่าจำนวนมาก
ก็มีผลให้เป็นโรคเรื้อรัง รักษาให้หายขาดไม่ได้
นอนพะงาบแรมปี อยากตายก็ตายไม่ได้
ลูกหลานไม่ยอมให้ตายง่ายๆ
ใช้เครื่องพยุงชีพไว้แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ถึงเวลาหมดวาระ ก็ขาดใจตายแบบทรมานอีก
การเตรียมพร้อมตายทุกเมื่อสำคัญ
จริงๆควรเตรียมซ้อมทุกครั้งเมื่อล้มตัวนอนเลย
เพราะ ความตายบางครั้งเอาแน่นอนไม่ได้
ปุ๊บปั๊บไป ไปพรุ่งนี้เลยก็ได้
สิ่งสำคัญของคน คือต้องทำดีให้มากพอ
ไปตอนไหน ก็ไปดี มีสิ่งดีๆให้ระลึกนึกถึงหากจะตาย มีเสบียงพร้อมออกเดินทางเสมอ
และต้องฝึกวางให้ได้ จะไปตอนไหนก็ต้องปล่อยได้ให้หมดใจ ละไป อย่าไปห่วงสิ่งใด
อะไรไม่ซ้อมก็ทำไม่ได้ดี
ตายก็เหมือนกัน ต้องซ้อมไว้บ้าง ถึงเวลาจริงๆจะได้ทำให้มันดี
แต่ขับรถไม่เร็ว เวลาเกิดก็ไม่หนักมา
แต่หากขับรถเร็วมาก ก็เสี่ยงมาก ก็เปิดช่องให้เจออุบัติเหตุหนักได้ง่าย
การขับเร็วเพื่อความตื่นเต้น
อยากเห็นภาพข้างหน้าถูกดูดเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว
เอาตัวเข้าไปอยู่ในภาวะคับขัน
ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเสี่ยง
การสร้างความเสี่ยงบนถนน
คือการเปิดช่องทาง
ให้อันตรายจากบาปเก่าเข้าถึงตัว
ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครมีบาปเก่าแบบไหนจ้องให้ผลอยู่
หากเคยทำกรรม
ประเภททำลายข้าวของผู้อื่นไว้มาก
เมื่อถึงเวลาที่กรรมส่งผล
จะพาตัวเองไปประสบอุบัติเหตุ
โดยที่ตัวเองไม่เป็นไร แต่รถพัง
เสียอารมณ์ เสียเงิน เสียเวลาซ่อมกันนานๆ
หรือต้องเสียเงินซื้อรถใหม่
หากเคยทำกรรม
ประเภททำร้ายร่างกายไว้มาก
เมื่อถึงเวลาที่กรรมส่งผล
การขับขี่อย่างประมาท
จะพาตัวเองไปประสบอุบัติเหตุบ่อย
ในแบบที่ได้รับบาดเจ็บตรงโน้นตรงนี้
จะพิกลพิการหรือได้รับบาดแผลใหญ่น้อยเพียงใด
ก็ขึ้นอยู่กับว่า บาปที่เคยก่อไว้
สร้างความเสียหายให้ร่างกายใครมากหรือน้อย
เกิดความเจ็บปวดทรมาน
กับสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่แค่ไหน
ขออย่าได้คิดว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยแล้วไม่ตาย คือดวงแข็ง
แต่อาจเพราะต้องรับผล ต้องให้บาดเจ็บ หลายๆครั้ง ทรมานหลายๆรอบก่อน
ค่อยตายในท้ายที่สุด ตายเลยสบายไป
หากเคยทำกรรม
ประเภทตัดรอนชีวิตผู้อื่นไว้มาก
เมื่อถึงเวลาที่บาปส่งผล
การขับขี่อย่างประมาท
จะพาตัวเองไปประสบอุบัติเหตุ
แบบตายคาที่ หรือไปตายทรมานที่โรงพยาบาล
ขึ้นอยู่กับวิธีที่เคยทำให้สัตว์อื่นตายมาอย่างไร
ส่วนบางคนไม่ประมาท
แต่เจออุบัติเหตุจากความประมาทของผู้อื่น
นั่นก็เป็นช่องรับผลบาปผลกรรม
อันเกิดจากการเคยประมาท
แล้วทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเสียหายเช่นกัน
หรือถ้าเกิดอุบัติเหตุแบบสุดวิสัย
ไม่มีฝ่ายใดประมาท
นั่นก็นับเป็นช่องลงของกรรม
แบบที่ผู้ถูกกระทำไม่อยู่ในวิสัยจะป้องกันตัวได้
เมื่อมีสติ โตแล้ว พอแล้ว
อย่าเห็นการขับขี่เป็นเรื่องเล่นสนุก
อย่าปล่อยใจให้เหม่อลอย ไม่เมา
อย่าให้ตัวเองเป็นภัยกับผู้อื่น
นับเป็นการทำบุญชนิดหนึ่งขณะอยู่บนถนนหนทาง
และเป็นการปิดกั้น ปิดทางลงของบาปเก่า
ขับรถค่อยๆขับ ไม่ซิ่ง ไม่เสี่ยง หาของขลังติดรถไว้บ้าง
เมื่อคนคนหนึ่งไม่ฟังใครเลย ขัดใจไม่ได้
ฟังแต่เสียงในหัวของตัวเองท่าเดียว
ในที่สุดเสียงในหัวจะเกรี้ยวกราดขึ้นเรื่อยๆ
จนกลายเป็นเสียงสัตว์ร้าย
ที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่อยากทนฟัง
คนที่ไม่ฟังใคร
ไม่ชอบถูกขัดคอ
ชอบเอาแต่ใจเป็นที่สุด
รู้ทั้งรู้ว่านิสัยเสียแต่คุมไม่ได้
ในที่สุดจะเกลียดตัวเอง
เพราะรู้อยู่ลึกๆว่าไม่มีใครรักจริง
ไม่มีใครอยากใกล้ชิดไปนานๆจนตายจากกัน
รู้อยู่ว่าคนรอบตัวอึดอัดและเป็นทุกข์
หวาดระแวงว่าจะถูกคนรักคนรอบตัวทอดทิ้งไปในวันใด
คนเราจะรักตัวเอง
พอใจในตนเอง
ก็เพราะอยู่กับตัวเองแล้วเป็นสุข
แต่ในทางกลับกัน
คนเราจะเกลียดตัวเอง
ไม่พอใจในตนเอง เบื่อโลก เบื่อตัวเอง เบื่อชีวิต
ก็เพราะอยู่กับตัวเองแล้วเป็นทุกข์
ฉะนั้น เห็นใครเอาแต่ใจมากๆ
ให้มองให้ทะลุเข้าไปเห็นความดำมืดน่าอึดอัดข้างใน
แล้วอาจสงสารเขาขึ้นมาได้
ที่ต้องทนอยู่กับจิตคับแคบ
เหมือนอยู่ในห้องขังมืดดำ จิตถูกขังอยู่
สิ่งชั่วในดวงใจ อะไรที่ไม่ดี นิสัยเสีย
อย่าปล่อยให้มันอยู่กับเราจนวันตาย
ต้องแก้ไข ชนะใจตัวเอง
เป็นเรื่องขมขื่น
บางคนเข้ามาหลอกกันนิดหน่อย
บางคนเข้าหลอกกันถึงหมดตัว
เสียรู้
มีแต่คนมาหลอก
โดนหลอกจนหมดตัวง่ายๆ
เป็นผลกรรมแบบไหน?
‘ทรัพย์พินาศ’ ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้
มีหลายแบบ กล่าวโดยย่นย่อ คือ
ผลาญทรัพย์ให้พินาศ
เป็นความผิดของตน
นับเป็นกรรมในปัจจุบัน
ทรัพย์ถูกทำให้พินาศ
ไม่ใช่ความผิดของตน
นับเป็นผลกรรมจากการทำคนอื่นไว้ในอดีต
สมดังที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า
ผลของการยักยอกทรัพย์ผู้อื่นไว้มาก
โทษสถานเบาที่จะได้รับในโลกนี้
คือ การมีทรัพย์พินาศ
(สัพพลหุสสูตร)
เหตุต่างกัน ผลต่างกัน
หากเคยเป็นโจร ปล้นเอาดื้อๆมาก่อน
เมื่อถึงเวลาที่กรรมส่งผลให้ทรัพย์พินาศ
ทรัพย์ก็อาจพินาศด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งที่ป้องกันไม่ได้
เช่น หายไปเฉยๆด้วยมือโจร
แตกพังไปด้วยแผ่นดินไหว ไฟป่า น้ำท่วม หรือพายุ
แต่หากเคยฉ้อฉลด้วยเล่ห์กลแบบสิบแปดมงกุฎ
เมื่อถึงเวลาที่กรรมส่งผลให้ทรัพย์พินาศ
ทรัพย์ก็อาจพินาศด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง
ที่เหมือนน่าจะป้องกันได้ แต่ในที่สุดก็เอาไว้ไม่อยู่
เช่น เขามาหลอกลวงในช่วงหูเบา เชื่อคนง่าย
เขามาขอหยิบขอยืม แล้วทนสงสารไม่ได้
เขามาใช้ช่องกฎหมายถือสิทธิ์ แล้วรู้ไม่ทัน เป็นต้น
หมายความว่า การให้ผลของกรรม
ไม่ได้แค่ส่งพวกนักต้มตุ๋นมาหา
แต่ยังบีบจิตให้มีกำลังอ่อน ตกหลุมพรางง่าย
ต้านทานการหลอกลวงได้ยากด้วย
ถ้ากรรมที่เคยทำไว้
เอาคนอื่นเขาน้อย
เมื่อกรรมส่งผล
ก็จะโดนหลอกเพียงเล็กน้อย ไม่เดือดร้อนนัก
แต่ถ้ากรรมที่เคยทำไว้
เอาคนอื่นเขามาก
ชนิดไม่คิดสงสาร ไม่เกรงใจว่าจะลำบากขนาดไหน
หรือถึงขั้นทำให้หมดตัวกัน
เมื่อกรรมส่งผล
ก็จะโดนหลอกเข้าขั้นมหกรรมใหญ่
มีเท่าไรให้เขาหมด
ดวงชะตานี้ต้องระวังเรื่องการลงทุน เรื่องเสียรู้ผู้อื่น
จะทำอะไรที่เกี่ยวกับเงินๆทองๆ
ควรมีเพื่อน มีที่ปรึกษา ไว้คอยห้ามปราม
รวมถึง หากเห็นว่าใครกำลังเป็นเหยี่อโดนโกงโดนหลอกแน่ๆ ให้ช่วยบอกเค้า ผลบุญนั้นจะช่วยเมื่อจะมีคนมาโกงมาหลอก จะมีคนมาช่วยบอกห้ามไว้ได้ทัน
มีศัตรูง่าย
คนเกลียดง่าย ไม่ชอบหน้า
ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรให้ใคร
เกิดจากกรรมเก่าแบบไหน?
คนบางคนในโลกนี้
มีตัวเองเป็นแม่เหล็กดึงดูดศัตรูเข้าตัว
ขณะที่คนบางคนในโลกนี้
มีตัวเองเป็นแม่เหล็กดึงดูดมิตรเข้าหา
ความเป็นกระแสแม่เหล็กขั้วไหน
อาจกลับไปกลับมาได้ในแต่ละช่วงชีวิต
บางคนช่วงต้นวัยเต็มไปด้วยศัตรู
แต่ช่วงกลางวัยขึ้นมากลับห้อมล้อมด้วยหมู่มิตร
บางคนปีก่อนมีแต่ใครต่อใครช่วยเหลือ
มาปีนี้กลับเจอแต่คนรุมเกลียด รุมซ้ำเติม
เพื่อจัดหมวดหมู่ให้เข้าใจง่าย
เราอาจแบ่งเหตุแห่งความเป็นขั้วแม่เหล็กภัยเวรได้ 2 ชนิด
หนึ่งคือนิสัยปัจจุบัน สองคือวิบากจากกรรมเก่า
ในแง่ของนิสัย
คนนิสัยไม่ดีทางกาย
ก็ตรงไปตรงมา จับต้องได้
เช่น พูดจาไม่เกรงใจ
ชอบใช้น้ำเสียงระคายโสต
มีพฤติกรรมแย่ เห็นแก่ตัว
อย่างนี้เข้าที่ไหน ใครเขาก็เกลียด
แต่นอกจากนิสัยไม่ดีทางกายแล้ว
ยังมีประเภทนิสัยไม่ดีทางจิต
คือ
เช่น ชอบแอบด่าในใจแบบหยาบคายร้ายแรง
ชอบคิดสงสารตัวเอง ตัวเองน่าเห็นใจอยู่คนเดียวในโลก
ชอบคิดอคติ แช่งคนในใจ เกลียดไปทั้งโลก
จิตของคนนิสัยไม่ดีทางจิต
จะก่อกระแสมืดทึบ เป็นลบ เป็นความระคาย
ออกไปรบกวนจิตใจคนอื่นให้เกิดทุกข์
หรือเกิดความหมั่นไส้
อยากกลั่นแกล้งกันดื้อๆได้
ส่วนบางคนนิสัยดี
ไม่ได้ทำอะไรให้ใคร
ไม่ได้คิดลบคิดร้ายให้เกิดกระแสรบกวนใจ
ทว่าก็มีคนบางกลุ่มนึกหมั่นไส้
อันนี้แหละที่ต้องยกให้เป็นเรื่องของกรรมเก่ากัน
พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
ถ้าไม่ละภัยเวร ๕ ประการ
ย่อมเป็นผู้ทุศีลในโลกนี้
ย่อมเป็นผู้เข้าถึงนรกในโลกหน้า
ภัยเวรทั้ง ๕ ได้แก่
ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ
และดื่มน้ำเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
ผู้ไม่ละภัยเวรทั้ง ๕
ย่อมประสบภัยเวรทั้งในปัจจุบัน
ทั้งในสัมปรายภพ
ย่อมเสวยทุกข์โทมนัสอย่างใดอย่างหนึ่งแม้ทางจิต
(เวรสูตร)
พูดง่ายๆ
บาปที่ทำให้โดนรุมเกลียด
ก็คือการเคยเป็นผู้มีใจไม่ละอายในการก่อบาป
สร้างการเบียดเบียนได้ทุกชนิด
เมื่อถึงเวลาที่บาปจะเผล็ดผล
ก็โดนเบียดเบียนรอบทิศ
ต่อให้ช่วงนั้นนิสัยดีแค่ไหน ก็มีศัตรู
เพราะบาปเก่าจะเหวี่ยงไปอยู่กับกลุ่มคนแบบหนึ่ง
ที่รู้สึกว่าหน้าตาหรือชื่อฯลฯ อะไรๆที่เป็นคุณ
รบกวนจิตใจพวกเขามาก
อย่างที่ภาษาวัยรุ่นเรียกกันว่า
รู้สึกว่าหน้าตากวน... มองหน้าก็พร้อมจะมีเรื่องแล้ว
กล่าวโดยรวบรัด
หากอยู่ในช่วงเวลาโดนรุมเกลียด
แบบหาความสมเหตุสมผลไม่ได้
เจอหน้าก็เกลียดก็แกล้งแล้ว
ให้สันนิษฐานว่า
ครั้งหนึ่งเราอาจเคยมีอำนาจในการเบียดเบียนคนกลุ่มนี้
เลยต้องมาเป็นศัตรูกัน หนีไปไหนไม่รอด
หรือครั้งหนึ่งเราอาจเบียดเบียนคนบางกลุ่ม
จึงต้องเจอคนบางกลุ่มเป็นเครื่องลงโทษสาสมกัน
ต้องมาอยู่ในที่ทำงานเดียวกัน
โดนแรงกระทบกระแทกประการต่างๆ
ทั้งจากการแดกดัน จากการกลั่นแกล้งในหน้าที่
หรือจากการปล่อยให้ติดขั้นเดิมไม่ไปไหน
เมื่ออยากจะพ้นกรรม หมดเวรนี้
ต้องละภัยเวร
ตั้งใจรักษาศีล 5 ให้ดี
พูดอะไรก็พูดด้วยเมตตา ทำอะไรก็ทำด้วยเมตตา คิดอะไรก็คิดด้วยเมตตา ไม่เบียดเบียนใคร ไม่คิดชั่วร้ายภายใน
หากทำได้ จะเหมือนอยู่คนละขั้ว คนละโลก กับคนที่เบียดเบียนเรา
ในที่สุดเมื่อระดับจิตต่าง ชะตาต่าง ก็จะมีเหตุให้ ห่างออกมาได้
ต่อไปเดินทางไปไหน ไปเจอใคร ก็เป็นผู้ไม่ประสบภัยเวร ไม่มีคนหมั่นไส้ง่าย ไม่มีคนเกลียดง่ายอีก
ประสบความสำเร็จ = มีความสุข
มีความสุข = ประสบความสำเร็จ
ความสุขความสบายใจ ต้องมีเลย ไม่ต้องรออะไร รอใคร
คนที่รวยแล้วมีความสุข
ตอนเค้ายังไม่รวย เค้าก็มีความสุข
พอรวยขึ้นก็สุขมากขึ้น
คนที่ยังไม่มี ยังขาด จะไม่มีความสุข นั่นไม่น่าแปลก
แต่คนที่รวยแล้วไม่มีความสุข ในโลกก็มีอยู่จริงๆ
มีความเพี้ยนทางจิตชนิดหนึ่ง
ที่อาจเกิดได้กับคนหาเงินเก่ง
คือ หลงใหลตัวเลขในบัญชี
มากกว่าใส่ใจความสุขในชีวิต
หากยังไม่มีจะกิน ลำบาก
การออกทำงานหาข้าวปลาอาหาร
เป็นเรื่องปกติของคนดีๆที่มีสติ
แต่หากมีมากแล้ว สะสมไว้มากแล้ว
ทว่ากลับรู้สึกหิวโหย อยากหาเพิ่มให้มากๆ ไม่อยากใช้
อันนั้นเป็นเรื่องไม่ปกติ
เราจะพบว่ามีบางคนในโลก
เหมือนโดนคำสาป ให้ต้องคิดแต่หาเงิน
หาเงินเก่งจนไม่รู้ว่าจะเพิ่มเงินไปทำไมแล้ว
แต่ก็ใช้เวลาเกือบทั้งหมดในแต่ละวัน เครียด ทำงานหนัก
ไปกับการเพิ่มตัวเลขในบัญชี
โดยไม่คิดจะเพิ่มความสุขทางใจ
ให้ตัวเองและคนในครอบครัวบ้าง
การติดหลงบ้าคลั่งอยู่กับเงิน
เป็นเรื่องเกิดขึ้นได้จริง
และทำให้คนคนหนึ่งเพี้ยนได้จริงๆ
นั่นเพราะเมื่อมีความอยากได้เงินเพิ่มแบบไม่สิ้นสุด
ก็จะหมกมุ่นครุ่นคิดแต่เรื่องเงิน เรื่องงาน
จนไม่รู้เลยว่าปัญหาความรักความอบอุ่นในครอบครัว
ใหญ่โตมาถึงไหนแล้ว
ทางพุทธเราถึงสอนว่า
หาเงินให้เป็น แล้วใช้เงินให้เป็นด้วย
เมื่อได้เงินมา ต้องคิดอนุเคราะห์ให้ครอบครัวอยู่ดีกินดี
มีพอใช้ และสร้างความสุขให้เกิดขึ้นไปด้วยกัน
หากเหลือไปกว่านั้น ก็สงเคราะห์ผู้ควรสงเคราะห์นอกบ้านด้วย
การรู้จักให้ทานบ้าง
จะช่วยให้สติไม่หลุด
ในระยะยาวจิตจะไม่หลงไปติดกับดักทางตัวเลข
พอมีเงินเพิ่มขึ้นมาในบัญชี
จิตที่ไม่เพี้ยน จะแปลออกว่าตัวเลขนั้น
จะกลายเป็นภาพประโยชน์สุข
กับตัวเองและครอบครัว
หรือกระทั่งช่วยคนอื่นได้อย่างไร
แต่หากให้ทานไม่เป็น
ครอบครัวขอในเรื่องจำเป็นก็ไม่ให้
ไม่ไปเที่ยวด้วยกันเลย ทั้งที่ไปได้
ไม่สร้างรอยยิ้มตอบแทนสังคมเลย ทั้งที่ทำได้
อ้างคำเดียวว่า ต้องเก็บเงิน
เพื่อความมั่นคงของชีวิต
ทั้งที่เลยจุดของความมั่นคงมาไกลแล้ว
จิตถูกขัง มัดไว้กับโซ่ตรวนที่เรียกว่าการหาเงิน
รู้ตัวอีกที ก็เมื่อถึงวันที่ชีวิตใกล้จบลง
ตอบตัวเองในนาทีสุดท้ายไม่ถูกเลยว่า ชาตินี้ทำไรอยู่
ทำไมชาตินี้ถึงหมดไปกับการเพิ่มตัวเลขที่ไร้ความหมาย
ไร้ภาพความสุขของตนเอง และครอบครัวได้ขนาดนั้น
ฝันได้ต้องลงมือทำด้วย
ลงมือทำต้องต่อเนื่องด้วย
ความต่อเนื่อง ทำทุกวัน คือเคล็ดลับความสำเร็จ
ในความคิดฝัน มีแต่สิ่งสวยงาม
และเส้นทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ
การสร้างฝันให้เป็นจริง
ต้องใช้หยาดเหงื่อแรงงาน
และเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม
มนุษย์แบ่งเป็น
พวกที่ชอบฝัน กับ พวกที่ลงมือทำตามความฝัน
ทั้ง 2 พวกมีความฝันเหมือนกัน ต่างกันที่อีกพวกฝันแล้วทำด้วย
ตอนคิดฝัน
เราจะติคนโน้นคนนี้ได้ตามใจชอบ
ใครคิดไม่ได้เรื่อง ใครทำไม่เข้าท่า เห็นหมด
มีไอเดียสวยหรูกว่าเขาหมด
ถ้าให้ดีต้องไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้
ถ้าให้เหมาะต้องอย่างโน้นอย่างนู้น
ไอเดียใครแค่ไหน สู้ไอเดียเราไม่ได้สักคน
แต่ถ้าเอาแต่คิด
แล้วไม่ลงมือทำสักที
จะเป็นแค่คิดฝันมั่วซั่ว
ของคนช่างฝัน
จริงๆแค่พลิกนิดเดียว
ขยับ
ก้าว ก้าวแรก ที่เล็กที่สุดให้เกิดขึ้นให้ได้
ออกตัวทำสิ่งนั้นๆให้ได้
แม้อะไรเล็กๆน้อยๆ ก็สำคัญ
คือการเอาความฝันเหยียบเข้าสู่โลกจริง
ที่วาดภาพงดงามปานเนรมิตทั้งหลายไว้ในใจ
ลองใช้มือตัวเองปั้นแต่ง
นับจากหยิบปากกามาขีดเขียน
วางแผน แจกแจงเป็นขั้นๆไปเลยว่า
ทำคนเดียว เริ่มอะไรได้บ้าง
ทำหลายคน น่าจะคุยกับใครได้บ้าง
ลงมือเลย ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง
ต้องมีทุนเท่าไร
ทุนที่ติดตัวอยู่พอไหม
หรือจะไปกู้ธนาคารไหน
เอาแผนอะไรไปมัดใจจนเขายอมปล่อยกู้
สังเกตดู
เมื่อลงมือเอาจริง
สมองจะเปลี่ยนโหมดการทำงาน
จากอ้อยอิ่ง เอื่อยเฉื่อย ฝันฝัน
มาเป็นกระตือรือร้น แข็งขัน พร้อมวิ่งบนถนนคนจริง
ซึ่งการงานใดๆก็ตาม ต้องมีอุปสรรค
เมื่อเจออุปสรรค เจอกำแพงขวาง
อย่าปล่อยให้ ใจท้อ สมองหยุดทำงาน
จุดสำคัญ จุดตายอยู่ตรงนี้
เมื่อมีอุปสรรค เมื่อเกิดแรงกดดันให้ท้อ
แล้วเทรนสมองให้คิดทางใหม่ คิดยืนหยัดสู้
ไม่ถอย งอมือเท้า
เล็งเป้าหมายต่อ ไม่ยอมหมดหวัง
ไปทางนี้ไม่ได้ไปทางไหนจะได้
การสะสมความเข้มแข็งจะเริ่มก่อตัวอีกครั้ง
การผ่านอุปสรรคให้มองว่า
เมื่อชนะปัญหา ชนะใจตัวเอง ชนะความท้อ ความขี้เกียจ ชนะความหดหู่งอมืองอเท้า มันคือการยกระดับชีวิตตัวเอง
หากทำแบบนี้ได้ จะได้ทั้งงาน และจิตที่มีคุณภาพ ได้ใจใหม่
ถ้าไม่ยอมหยุด
ศักยภาพแบบมนุษย์จะเริ่มถูกดึงออกมาใช้
ชินที่จะชน กับอารมณ์ท้อ ท้อก็ทุบ
ชินที่จะพุ่งไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนกว่าจะถึงเป้า
คุณจะยิ่งรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในจิตวิญญาณ
และเริ่มชอบตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ
ร่วมงานบุญกัน เช่นสร้างโรงเรียน
สร้างวัด สร้างพระ จัดงานบุญใหญ่
ต่างฝ่ายต่างร่วมแรงแข็งขัน
ตามแต่ว่าใครจะถนัดด้านไหน
มีฐานะก็ออกเงิน มีแรงก็ออกแรง ออกหัวคิด
อย่างนี้เมื่อมาพบกันอีกในชาติใหม่
มาจับกลุ่มกันทำธุรกิจใดๆ
ก็จะประสบแต่ความรุ่งเรืองร่วมกัน
ไว้ใจกัน เจออุปสรรคอะไรก็ผ่านไปง่าย
ใจใหญ่ ไม่มีเกี่ยงงอน เรื่องใครได้เปรียบเสียเปรียบ
ทำธุรกิจเหมือนเล่นเกมสนุก ได้รางวัลมาครองด้วยกัน
หากเคยร่วมงานบาปมาด้วยกัน
ช่วยกันทำอะไรที่ไม่ดีมาด้วยกัน
มาพบกันอีกในชาติใหม่
เมื่อบาปเหวี่ยงให้มาจับคู่ มาทำธุรกิจด้วยกัน
พอทำก็จะมีแต่ปัญหาไม่เจริญรุ่งเรือง
ส่วนหากเคยไปเบียดเบียนหุ้นส่วนมาก่อน
เคยไปหลอกใช้ใครไว้ ไปหลอกเงินใครไว้
ก็จะเจอหุ้นส่วนมาหลอก โกงเงิน หลอกใช้ให้เหนื่อยเปล่าฟรี
ดวงคนบางประเภท เข้าหุ้นส่วนกับใครไม่ได้
ทำเองดีรุ่ง แต่เข้าหุ้นเมื่อไร ไม่รุ่ง มีอันแตกคอมีปัญหาวุ่นวายไปหมด
จากเพื่อนนั่งกินข้าวกัน อาจจะจบที่ต้องไปมีเรื่องมีราวขึ้นศาลกันแทน